วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ปัญหาสังคมที่เกิดจากเทคโนโลยีสารสนเทศ

ปัญหาสังคมที่เกิดจากเทคโนโลยีสารสนเทศ
เราสามารถพิจารณาปัญหาสังคมที่เกิดจากเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้จากการวิเคราะห์ทัศนคติต่อเทคโนโลยีสารสนเทศ ในมุมมองที่แตกต่างกัน ได้ดังนี้   
                1. มุมมองว่าเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือที่มีไว้เพื่อให้มนุษย์บรรลุวัตถุประสงค์ เมื่อมองว่าเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือ เครื่องมือบางอย่างก็มีประโยชน์มาก บางอย่างก็มีประโยชน์น้อย และบางอย่างก็ไม่มีประโยชน์ การเลือกใช้เครื่องมือจะส่งผลต่อวิธีการทำงานของมนุษย์ ภายใต้มุมมองนี้จะต้องวิเคราะห์และทำความเข้าใจถึงผลกระทบทางสังคมที่จะเกิดขึ้น จากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือในชีวิตประจำวัน เช่น  อินเทอร์เน็ตมีผลอย่างไรต่อการศึกษา หรือ คำตอบจากคำถามที่ว่า โทรทัศน์วงจรปิดกระทบกับสิทธิส่วนบุคคลหรือไม่
                ในมุมมองที่ว่าเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือที่มีไว้เพื่อให้มนุษย์บรรลุวัตถุประสงค์นี้ ได้ถูกวิพากษ์ว่า เทคโนโลยีจะเป็นตัวกำหนดการคิดและการกระทำของมนุษย์
2. มุมมองว่าเทคโนโลยีสารสนเทศและสังคมต่างก็มีผลกระทบซึ่งกันและกัน        ภายใต้มุม
มองนี้มีความเห็นว่าสังคมส่งผลกระทบต่อเทคโนโลยี ทั้งนี้โดยอาศัยแรงขับเคลื่อน ทางวัฒนธรรม การเมืองและเศรษฐกิจ เป็นเหตุปัจจัยในการออกแบบเทคโนโลยี  ในขณะเดียวกันเทคโนโลยีสารสนเทศก็ได้ส่งผลกระทบต่อสังคมเช่นกัน การพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี เช่นระบบอินเทอร์เน็ต ทำให้รูปแบบการติดต่อสื่อสารของสังคมเปลี่ยนแปลงไป
                ภายใต้มุมมองในลักษณะนี้  ทั้งเทคโนโลยีสารสนเทศและสังคมต่างก็มีอิทธิพลซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีก็เป็นผลจากกระบวนการที่ซับซ้อนทางสังคมเช่นกัน
3. มุมมองว่าเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นกลไกในการดำรงชีวิตของมนุษย์ ภายใต้มุมมองในลักษณะนี้จะมองว่าเทคโนโลยีสารสนเทศจะเป็นกลไกสำคัญในการกำหนดชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์ ตัวอย่างเช่น การติดต่อสื่อสารของมนุษย์ จะถูกกำหนดว่าเป็นสิ่งที่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยี ซึ่งในโลกนี้ก็มีเทคโนโลยีการสื่อสารอยู่หลายรูปแบบ แต่เทคโนโลยีที่มีความเสถียรจะเป็นทางเลือกที่มนุษย์ใช้เป็นกลไกในการดำรงชีวิต ดังเช่น กลไกในการดำรงชีวิตของสังคมที่ใช้อินเทอร์เน็ต ก็จะแตกต่างจากสังคมอื่นที่ไม่ใช้อินเทอร์เน็ต เป็นต้น
                จากมุมมองทั้งสามที่กล่าวมาข้างต้น เราสามารถนำมาพิจารณาปัญหาสังคมที่อาจจะเกิดจากเทคโนโลยีสารสนเทศ  ตลอดจนใช้สังเคราะห์สร้างความเข้าใจต่อปัญหาต่างๆทางสังคม ที่เกิดขึ้นแล้ว ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ในการหาทางป้องกัน แก้ไข หรือบรรเทาปัญหาสังคมที่เกิดจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
                ข้อเสนอให้ยกเลิกการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อป้องกันการเกิดปัญหานั้น  เป็นวิธีการแก้ปัญหาไม่ถูกจุด เนื่องจากในสังคมปัจจุบันได้ใช้เทคโนโลยีนี้ ราวกับเป็นกลไกส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว และเทคโนโลยีสารสนเทศเองก็มีประโยชน์มหาศาล ดังนั้นการสร้างภูมิคุ้มกันให้สมาชิกในสังคมผู้ใช้สื่อสารสนเทศ ให้สามารถดำรงอยู่กับเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างชาญฉลาดและรู้เท่าทันภัยจากเทคโนโลยีเหล่านี้จึงจะเป็นการกระทำที่เหมาะสม

แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาสังคมที่เกิดจากเทคโนโลยีสารสนเทศ
                ดังที่กล่าวมาบ้างแล้วว่าเราไม่สามารถถอยห่างจากเทคโนโลยีสารสนเทศได้ ยิ่งนับวันเทคโนโลยีสารสนเทศ จะเข้ามามีบทบาทในชีวิตมากยิ่งขึ้น ทุกวันนี้มนุษย์ได้แปลงปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เป็นปัญหาของตน ให้มาอยู่ในรูปแบบที่เป็นปัจจัยนำเข้าของระบบคอมพิวเตอร์แล้วเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งข้อมูลปัจจัยนำเข้าในลักษณะต่างๆ เหล่านั้นจะถูกประมวลผลให้เป็นสารสนเทศที่มนุษย์นำไปสร้างเป็นความรู้เพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป
อย่างไรก็ตามในสังคมทุกสังคมต่างก็มีคนดีและคนชั่วปะปนกัน เมื่อเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นประโยชน์ได้มากเพียงใด ก็สามารถถูกกำหนดหรือสร้างให้เป็นโทษได้มากเพียงนั้น การป้องกันภัยและการแก้ปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีสารสนเทศ จึงเป็นเรื่องที่จะต้องได้รับความร่วมมือจากสมาชิกในสังคมอย่างจริงจัง
ดังนั้นจึงมีการเสนอแนวทางบางประการที่น่าจะช่วยลดปัญหาสังคมที่เกิดจากเทคโนโลยีสารสนเทศลงได้บ้าง
1. ใช้แนวทางสร้างจริยธรรม (Ethic) ในตัวผู้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ แนวทางนี้มีหลักอยู่ว่าผู้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ต้องระมัดระวังไม่สร้างความเดือดร้อนเสียหายต่อผู้อื่น และในขณะเดียวกันยังควรที่ทำกิจกรรมที่เสริมสร้างคุณงามความดี และเป็นประโยชน์อยู่เสมอ ตลอดจนพึงทำการศึกษาหาความรู้ว่ากิจกรรมประเภทใดเป็นสิ่งดีมีประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์ และกิจกรรมประเภทใดสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น
2. สร้างความเข้มแข็งให้กับตนเอง ผู้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศพึงรำลึกอยู่เสมอว่า ในสังคมของเราทุกวันนี้ยังมีคนไม่ดีปะปนอยู่มากพอสมควร เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเพียงเครื่องมือที่จะอำนวยความสะดวกเท่านั้น หากมีผู้ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ในทางที่ไม่ดี เทคโนโลยีก็ส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมที่ไม่ดี ไม่เป็นที่พึงปรารถนาให้รุนแรงขึ้นได้ การสร้างความเข้มแข็งให้กับตนเอง ไม่ลุ่มหลงต่อกิจกรรมหนึ่งกิจกรรมใดจนมากเกินไป ตลอดจนการมีสติคิดไตร่ตรองให้รอบคอบ ถือว่าเป็นข้อปฏิบัติที่จำเป็นในยุคของเทคโนโลยีสารสนเทศ
3. ใช้แนวทางการควบคุมสังคมโดยใช้วัฒนธรรมที่ดี แนวทางนี้มีหลักอยู่ว่าวัฒนธรรมที่ดีนั้นสามารถควบคุมและแก้ปัญหาสังคมได้ การดำรงอยู่และส่งเสริมวัฒนธรรมที่ดีไว้เป็นสิ่งจำเป็นในยุคสารสนเทศ ตัวอย่างเช่น การให้เกียรติซึ่งกันและกัน ยกย่องในผลงานของผู้อื่น เป็นวัฒนธรรมที่ดีและพึงปฏิบัติในยุคสารสนเทศ ที่ผู้ใช้ข้อมูลสารสนเทศของผู้อื่นพึงให้เกียรติเจ้าของผลงาน ด้วยการอ้างอิงถึง (Citation) เมื่อนำผลงานของผู้อื่นมาใช้ประโยชน์
4. การสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคมชุมชน ผู้รับผิดชอบในการจัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและสมาชิกของสังคม พึงตระหนักถึงภัยอันตรายที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีสารสนเทศ และหาทางป้องกันภัยอันตรายเหล่านั้น ตัวอย่างเช่น การติดตั้งระบบเพื่อกลั่นกรองข้อมูลที่ไม่เหมาะสมกับเด็กและเยาวชน การให้ความรู้เรื่องภัยอันตรายจากอินเทอร์เน็ตต่อสังคม การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารภัยอันตรายที่มากับเทคโนโลยีสารสนเทศ ตลอดจนการค้นคว้าวิจัยเพื่อหาความรู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ทั้งนี้เพื่อให้สังคมมีความเข้มแข็งและสามารถดำรงอยู่กับเทคโนโลยีได้อย่างยั่งยืน
5. ใช้แนวทางการเข้าสู่มาตรฐานการบริหารจัดการการให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศ ในปัจจุบันองค์กรต่างๆได้กำหนดมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศขึ้นมาใช้ ถึง แม้ว่าเจตนาเดิมของมาตรฐานเหล่านี้จะอำนวยประโยชน์ให้กระบวนการด้านการบริหารงาน มาตรฐานต่างๆ เหล่านี้ได้ผ่านการพิจารณาไตร่ตรองอย่างรอบคอบ จากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ส่งผลให้แนวทางการเข้าสู่มาตรฐานหลายประการสามารถช่วยลดภัยอันตรายจากเทคโนโลยีสารสนเทศได้ ตัวอย่าง เช่นมาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในการประกอบธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์(ISO/IEC 17799) มีการกำหนดเรื่องความมั่นคงปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับบุคลากร ความมั่นคงปลอดภัยทางด้านกายภาพและสิ่งแวดล้อมขององค์กร การควบคุมการเข้าถึง และการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางด้านกฎหมาย การศึกษาแนวทางการเข้าสู่มาตรฐานและการนำไปปฏิบัติจะสามารถช่วยลดภัยอันตรายจากเทคโนโลยีสารสนเทศได้ในระดับหนึ่ง
6. ใช้แนวทางการบังคับใช้ด้วยกฎ ระเบียบ และกฎหมาย ปัญหาสังคมที่เกิดจากเทคโนโลยีสารสนเทศอาจจะรุนแรง และไม่สามารถแก้ปัญหาด้วยวิธีการอื่น การกำหนดให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมาย และบทลงโทษของการละเมิดเป็นสิ่งจำเป็น ผู้บริหารระบบสารสนเทศจะต้องระบุข้อกำหนดทางด้านกฎ ระเบียบ ข้อบังคับบทลงโทษ หรือสัญญา ที่จะต้องปฏิบัติตาม เพื่อป้องกันปัญหาสังคมที่จะมากับเทคโนโลยีสารสนเทศ ตัวอย่างเช่น การปฏิบัติตามข้อกำหนดทางลิขสิทธิ์ (Copyright) ในการใช้งานทรัพย์สินทางปัญญา การป้องกันข้อมูลส่วนตัวของพนักงาน เป็นต้น
จะสังเกตได้ว่าแนวทางในการแก้ปัญหาดังกล่าวข้างต้น จะเริ่มจากการแก้ปัญหาที่ตัวปัจเจกบุคคล จากนั้นจะพิจารณาแก้ปัญหาด้วยวิธีการในการสร้างวัฒนธรรมที่ดีในสังคม ก่อนที่จะใช้วิธีการบังคับด้วยกฎหมาย ซึ่งจะใช้กับปัญหาที่รุนแรง อย่างไรก็ตามวิธีการแก้ปัญหาด้วยการบังคับใช้กฎหมายนั้นจะไม่ยั่งยืน ผิดกับแนวทางในการสร้างจริยธรรมในหมู่ผู้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศโดยตรง ซึ่งในตอนถัดไปจะกล่าวถึงจริยธรรม และกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องกับปัญหาสังคมที่เกิดจากเทคโนโลยีสารสนเทศ

บรรณานุกรม
ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์. เอกสารประกอบการบรรยายวิชา วิชา 310101 : เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร. ชลบุรี : มหาวิทยาลัยบูรพา, 2549.   

ภาควิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้. เอกสารประกอบการสอนรายวิชา 4000108 เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้. ชลบุรี : มหาวิทยาลัยบูรพา,  2550.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น